26 ธ.ค. 2025

ห้องชื้นแก้ยังไง? คู่มือการแก้ปัญหาความชื้นในห้อง

ห้องชื้นแก้ยังไง? วิธีแก้ไขเมื่อห้องมีความชื้น เมื่อเข้าใจสาเหตุแล้ว การแก้ไขที่ถูกวิธีตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหาระยะยาวได้ เพื่อให้ห้องแห้ง สบาย และปลอดภัยต่อการใช้งาน ต่อไปนี้คือวิธีแก้ไขปัญหาความชื้นในห้องที่ได้ผลจริง

ความชื้นในห้องคืออะไร?

ความชื้นในห้อง คือ ปริมาณไอน้ำที่แขวนลอยอยู่ในอากาศภายในห้อง หากห้องมีความชื้นที่เหมาะสม จะทำให้รู้สึกสบายตัว ผิวไม่แห้งแตก และหายใจได้สะดวก แต่ในประเทศไทยที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ความชื้นมักจะสูงกว่าเกณฑ์ปกติ ซึ่งอาจนำมาซึ่งปัญหาต่าง ๆ ได้

สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าห้องกำลังมีความชื้น

หากคุณสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ แสดงว่าห้องของคุณกำลังมีปัญหาความชื้น

  • สีทาผนัง หรือวอลล์เปเปอร์ บริเวณผนังเริ่มหลุดล่อน มีรอยน้ำ หรือมีคราบเชื้อราดำ ๆ
  • มีกลิ่นอับหรือกลิ่นเหม็น เมื่อเข้าไปในห้อง โดยเฉพาะเมื่อปิดห้องไว้นาน ๆ
  • เชื้อราขึ้นตามผนัง และเฟอร์นิเจอร์ มีจุดดำ หรือสีขาวของเชื้อราตามมุมห้อง ผนัง หรือเฟอร์นิเจอร์
  • มีหยดน้ำเกาะตามกระจก ท่อน้ำ หรือพื้นผิวเย็น
  • เฟอร์นิเจอร์ไม้ พรม ไม้ปาร์เก้ บวมผุ ไม้มีร่องรอยบวมน้ำ หรือเป็นรา
  • เสื้อผ้าและที่นอนชื้น ตู้มีกลิ่นอับ หรือขึ้นรา ที่นอน และหมอนมีกลิ่นชื้น
  • อากาศในห้องหนืดๆ ทำให้รู้สึกเหนียวตัว หายใจไม่สดชื่น

สาเหตุหลักของความชื้นในห้อง

ห้องที่มีความชื้นสะสมเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดปัญหามากกว่าที่คิด การเข้าใจสาเหตุของปัญหาจะช่วยให้คุณแก้ไขได้ตรงจุด โดยสาเหตุหลัก ๆ ของความชื้นในห้องมีดังนี้

สาเหตุจากภายนอก

  • ฝนสาดเข้าผนัง หรือตัวอาคาร โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน น้ำฝนอาจซึมเข้ามาทางผนังที่ไม่ได้รับการป้องกัน
  • การรั่วซึมจากหลังคาหรือท่อประปา ที่เกิดจากรอยแตกร้าวที่หลังคาหรือท่อน้ำรั่วทำให้ความชื้นสะสม
  • บ้านที่ระบบระบายน้ำไม่ดีหรือตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้ดินรอบบ้านดูดซึมน้ำ
  • สภาพอากาศของประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น มีฝนตกชุก ทำให้มีความชื้นสะสมตามธรรมชาติ

สาเหตุจากภายใน

  • การระบายอากาศไม่เพียงพอ ห้องที่ไม่มีหน้าต่างหรือช่องลม อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
  • การตากผ้าในห้อง ไอน้ำจากผ้าเปียกจะเพิ่มความชื้นในอากาศ
  • ห้องน้ำในตัวที่มีการอาบน้ำและซักล้าง ไม่มีพัดลมระบายอากาศ ทำให้ไอน้ำสะสม
  • ห้องอยู่ชั้นล่างหรือใต้ดิน แสงแดดส่องไม่ถึง ทำให้ความชื้นจากพื้นดินซึมขึ้นมา
  • ต้นไม้ในห้องมีการคายน้ำออกมา ทำให้ความชื้นในห้องสูงขึ้น

ห้องชื้นแก้ยังไง? วิธีแก้ไขเมื่อห้องมีความชื้น

เมื่อเข้าใจสาเหตุแล้ว การแก้ไขที่ถูกวิธีตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหาระยะยาวได้ เพื่อให้ห้องแห้ง สบาย และปลอดภัยต่อการใช้งาน ต่อไปนี้คือวิธีแก้ไขปัญหาความชื้นในห้องที่ได้ผลจริง

1. ปรับปรุงการระบายอากาศ

  • เปิดหน้าต่างและประตู ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศแห้ง
  • ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ โดยเฉพาะในห้องน้ำและห้องครัว ควรเปิดก่อนและหลังอาบน้ำ 15 นาที
  • จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสม ไม่วางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ปิดทางลมหน้าหน้าต่างหรือประตู

2. ใช้เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier)

เครื่องลดความชื้นเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับห้องที่มีปัญหาความชื้นรุนแรง โดยทำงานคล้ายกับเครื่องปรับอากาศ จะดูดความชื้นในอากาศผ่านแผงคอยล์เย็น ทำให้ความชื้นกลั่นตัวเป็นหยดน้ำและปล่อยอากาศแห้งกลับเข้าไปในห้อง

ประเภทของเครื่องลดความชื้น

  • Refrigerant Dehumidifier ใช้ระบบทำความเย็นแบบคอมเพรสเซอร์ เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย
  • Desiccant Dehumidifier ใช้สารดูดความชื้น เหมาะกับห้องที่ต้องการควบคุมความชื้นต่ำมาก

ข้อดีของการใช้เครื่องลดความชื้น

ลดความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันเชื้อรา ลดกลิ่นอับ ช่วยให้หายใจสบายขึ้น และยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์

3. วิธีอื่นๆ ที่ช่วยได้

  • ใช้สารดูดความชื้น เช่น ซิลิกาเจล ถ่านไม้ หรือกล่องดูดความชื้นสำเร็จรูป เหมาะกับพื้นที่เล็กๆ อย่างตู้เสื้อผ้า
  • หลีกเลี่ยงการตากผ้าในห้อง ตากผ้าในที่ที่มีแดดหรือใช้เครื่องอบผ้าแทน
  • ซ่อมแซมจุดรั่วซึม ตรวจสอบและซ่อมแซมหลังคา ผนัง ท่อน้ำที่มีการรั่วซึม
  • ปลูกต้นไม้ที่ช่วยลดความชื้น เช่น ลิ้นมังกร เฟิร์นบอสตัน มอนสเตอร่า
  • ทำความสะอาดห้องเป็นประจำ หมั่นทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์และมุมอับ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อรา

ผลกระทบหากปล่อยให้ห้องชื้น

การปล่อยให้ห้องมีความชื้นสูงเป็นเวลานานจะส่งผลเสียหลายด้าน

ผลกระทบต่อสุขภาพ

  • โรคภูมิแพ้และหอบหืด ความชื้นเป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่นและเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้
  • โรคระบบทางเดินหายใจ สปอร์ของเชื้อราที่ลอยในอากาศอาจทำให้เกิดอาการไอ จาม น้ำมูกไหล
  • ปัญหาผิวหนัง ความชื้นสูงอาจทำให้เกิดผื่นคันและติดเชื้อราที่ผิวหนังได้

ผลกระทบต่อทรัพย์สิน

  • เฟอร์นิเจอร์เสียหาย ไม้บวม ผุพัง เป็นรา
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าเสื่อมสภาพ ความชื้นทำให้วงจรไฟฟ้าลัดวงจรและเกิดสนิม
  • โครงสร้างบ้านเสียหาย สีทาลอก ปูนฉาบเสื่อมสภาพ
  • เสื้อผ้าและสิ่งของเสียหาย เสื้อผ้ามีกลิ่นอับ ขึ้นรา เอกสารสำคัญเสียหาย

สรุป

ปัญหาห้องชื้นเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน สิ่งสำคัญคือการสังเกตสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่น ๆ และแก้ไขอย่างถูกวิธี จะช่วยให้คุณห่างไกลจากปัญหาความชื้น เชื้อรา และกลิ่นอับได้อย่างยั่งยืน หากความชื้นในห้องของคุณสูง ควรรีบดำเนินการแก้ไขเพื่อสุขภาพที่ดีของคนในบ้านและอายุการใช้งานที่ยาวนานของทรัพย์สิน

FAQ

Q1: ความชื้นในห้องควรอยู่ที่เท่าไหร่?

A1: 20-50% ซึ่งจะทำให้รู้สึกสบายตัว หายใจสะดวก และไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา

Q2: เครื่องลดความชื้นกินไฟมากไหม?

A2: เครื่องลดความชื้นที่ใช้ระบบอินเวอร์เตอร์จะประหยัดไฟมากขึ้น โดยทั่วไปใช้ไฟประมาณ 200-500 วัตต์ ขึ้นอยู่กับขนาดและกำลังการทำงาน

Q3: ควรเปิดเครื่องลดความชื้นตลอดทั้งวันหรือไม่?

A3: ไม่ต้องเปิดทั้งวัน เพราะเครื่องลดความชื้นจะมีระบบเซ็นเซอร์วัดความชื้น และตั้งค่าได้ เมื่อความชื้นถึงระดับที่ตั้งไว้ เครื่องจะหยุดทำงานอัตโนมัติ

Q4: เครื่องลดความชื้นกับเครื่องฟอกอากาศต่างกันอย่างไร?

A4: เครื่องลดความชื้นมีหน้าที่ดึงความชื้นออกจากอากาศ ส่วนเครื่องฟอกอากาศมีหน้าที่กรองฝุ่น PM2.5 และสิ่งสกปรกในอากาศ

Q5: ใช้สารดูดความชื้นแบบกล่องได้ไหม?

A5: ได้ แต่สารดูดความชื้นแบบกล่องเหมาะกับพื้นที่เล็กๆ เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้รองเท้า หรือกล่องเก็บของ แต่ไม่มีสามารถใช้กับห้องขนาดใหญ่ที่มีความชื้นสูงได้

หากคุณกำลังประสบปัญหาความชื้นในบ้าน ห้องพัก โกดัง โรงงาน หรือพื้นที่อื่นๆ DRYER-D พร้อมให้บริการ จำหน่าย เครื่องลดความชื้น อย่างครบวงจร ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมแนะนำการใช้งานที่เหมาะสมสำหรับคุณ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : Dryer-D


☎️ Tel: 02-906-7988, 02-033-5165

 Line: @Dryer-D

 Email: dryer.dservice@gmail.com

 Facebook: เครื่องลดความชื้นและเครื่องเพิ่มความชื้น

บทความล่าสุด

เครื่องฟอกอากาศ ลดความชื้นได้ไหม? เรามีคู่มือเลือกซื้ออุปกรณ์ตาม 5 สถานการณ์จริง ตั้งแต่ในห้องนอนจนถึงโกดังสินค้า เพื่ออากาศที่สะอาดและระดับความชื้นที่พอดี
2 ก.พ. 2026
ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง ความชื้น กับ สิ่งมีชีวิต ตั้งแต่การเติบโตของจุลินทรีย์ การปรับตัวของสัตว์ จนถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก
2 ก.พ. 2026
ความชื้นสะสมเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในบ้าน หลายคนจึงสงสัยว่า อะไรดูดความชื้นได้บ้าง ซึ่งบทความนี้จะแนะนำวัสดุและวิธีการลดความอับชื้นที่ได้ผลจริง หาได้ง่าย และเหมาะกับทุกงบประมาณ
2 ก.พ. 2026
081-4032224 092-2753497 02-9067988 02-0035165 dryer_d เครื่องลดความชื้นและเครื่องเพิ่มความชื้น