ความชื้นสะสมเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในบ้าน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือห้องที่ระบายอากาศไม่ดี หลายคนจึงสงสัยว่า อะไรดูดความชื้นได้บ้าง ซึ่งบทความนี้จะแนะนำวัสดุและวิธีการลดความอับชื้นที่ได้ผลจริง หาได้ง่าย และเหมาะกับทุกงบประมาณ
ปัญหาความอับชื้นที่หลายบ้านเจอ
ความชื้นในอากาศที่สูงเกินไป (มากกว่า 60-70% RH) สามารถก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมายในบ้าน ได้แก่
- เชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย เติบโตได้ดีในความชื้น 80-100% มักพบตามผนัง ฝ้าเพดาน ตู้เสื้อผ้า และมุมอับ
- กลิ่นอับ เกิดจากการสะสมของความชื้นและเชื้อรา ทำให้บ้านมีกลิ่นไม่พึงประสงค์
- สนิมและการกัดกร่อน ความชื้นทำให้โลหะ เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นสนิมเร็วขึ้น
- ปัญหาสุขภาพ อาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา หรือผิวหนังระคายเคือง
- ความเสียหายต่อทรัพย์สิน เฟอร์นิเจอร์ไม้บวม สีลอก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหาย เสื้อผ้าขึ้นรา
วัสดุธรรมชาติที่ดูดความชื้นได้
วัสดุธรรมชาติเหล่านี้หาได้ง่าย ราคาไม่แพง และช่วยดูดความชื้นในมุมอับได้ดี
1.ถ่านไม้ / ถ่านไม้ไผ่
ถ่านไม้มีโครงสร้างรูพรุนที่สามารถดูดซับความชื้นและกลิ่นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะถ่านไม้ไผ่ที่มีรูพรุนขนาดเล็กมากกว่าถ่านทั่วไป
2.ข้าวสาร
ข้าวสารเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายในครัวเรือน มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นได้ดี โดยคนไทยส่วนใหญ่นิยมใช้ในการช่วยเหลือโทรศัพท์ที่ตกน้ำ
3.เกลือทะเล / เกลือหยาบ
เกลือเป็นสารดูดความชื้นที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากมีคุณสมบัติดูดน้ำจากอากาศได้ดี
4.เบกกิ้งโซดา (โซเดียมไบคาร์บอเนต)
เบกกิ้งโซดานอกจากจะใช้ทำขนมและทำความสะอาดแล้ว ยังช่วยดูดความชื้นและกลิ่นได้ดี
5.ดินดูดความชื้น (Natural Clay)
ดินไดอะตอมเมเชียล เอิร์ธ หรือดินเบา เป็นวัสดุธรรมชาติที่มีรูพรุนนับล้านรู ทำให้มีประสิทธิภาพในการดูดซับความชื้นสูง ดูดความชื้นได้ประมาณ 35-40% ของน้ำหนักตัวเอง

วัสดุสังเคราะห์ที่ดูดความชื้นได้ดี
วัสดุสังเคราะห์มีประสิทธิภาพสูงกว่าวัสดุธรรมชาติ เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการควบคุมความชื้นอย่างจริงจัง
1.ซิลิกาเจล (Silica Gel)
ซิลิกาเจลเป็นสารดูดความชื้นที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด มักอยู่ในซองเล็ก ๆ ในถุงขนม กระเป๋า หรือกล่องรองเท้า ผลิตจากซิลิกอนไดออกไซด์ที่สกัดจากทรายขาว
2.แคลเซียมคลอไรด์ (Calcium Chloride)
แคลเซียมคลอไรด์เป็นสารดูดความชื้นที่มีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถดูดความชื้นได้มากกว่าน้ำหนักตัวเอง
3.ถุง/กล่องดูดความชื้นสำเร็จรูป
ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ออกแบบมาเพื่อดูดความชื้นโดยเฉพาะ มักผสมสารดูดความชื้นหลายชนิดเข้าด้วยกัน
4.เครื่องดูดความชื้นไฟฟ้า (Dehumidifier)
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อลดความชื้นในอากาศโดยเฉพาะ มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่
วิธีลดความอับชื้นแบบไม่ต้องใช้อุปกรณ์
นอกจากการใช้วัสดุดูดความชื้นแล้ว ยังมีวิธีธรรมชาติที่ช่วยลดความอับชื้นในบ้านได้ ดังนี้
- เปิดหน้าต่างและประตูให้อากาศถ่ายเท ความชื้นในอากาศจะลดลงเมื่อมีการระบายอากาศที่ดี ควรเปิดในช่วงที่อากาศแห้ง
- ใช้พัดลมระบายอากาศ ติดตั้งพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำและห้องครัว เปิดทิ้งไว้ 15-20 นาทีหลังอาบน้ำหรือทำอาหาร
- ไม่ตากผ้าเปียกในบ้าน ผ้าเปียกปล่อยความชื้นเข้าสู่อากาศ ควรตากภายนอกหรือใช้เครื่องอบผ้า
- เช็ดพื้นให้แห้งหลังถูบ้าน ใช้พัดลมช่วยเป่าพื้นให้แห้งเร็วขึ้น ไม่ปล่อยให้น้ำขังบนพื้น
- จัดเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้บังช่องลม อย่าวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่บังหน้าต่างหรือช่องระบายอากาศ
- ปลูกต้นไม้ฟอกอากาศ ต้นไม้บางชนิดช่วยดูดซับความชื้นและฟอกอากาศ เช่น ลิ้นมังกร พลูด่าง
- ใช้เครื่องปรับอากาศ แอร์ช่วยลดความชื้นในอากาศได้ดี แต่สิ้นเปลืองพลังงาน

สรุป
ความอับชื้นเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในบ้าน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนชื้น การควบคุมความชื้นให้อยู่ในระดับ 40-60% RH จะช่วยป้องกันปัญหาเชื้อรา กลิ่นอับ และความเสียหายต่อสิ่งของได้
สำหรับพื้นที่เล็ก ๆ เช่น ตู้เสื้อผ้าหรือลิ้นชัก สามารถใช้วัสดุธรรมชาติอย่าง ถ่านไม้ ข้าวสาร เกลือ หรือเบกกิ้งโซดา ที่หาได้ง่ายและราคาถูก ส่วนพื้นที่ขนาดกลางถึงใหญ่แนะนำให้ใช้ซิลิกาเจลหรือเครื่องดูดความชื้นไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า
นอกจากการใช้วัสดุดูดความชื้นแล้ว การระบายอากาศที่ดี การไม่ตากผ้าเปียกในบ้าน และการใช้พัดลมระบายอากาศ ก็เป็นวิธีที่ช่วยลดความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
FAQ
Q: อะไรที่สามารถดูดความชื้นได้ดีที่สุด?
A: เครื่องดูดความชื้นไฟฟ้า มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถทำงานได้ดีที่สุดในพื้นที่ขนาดใหญ่
Q: ซิลิกาเจลใช้ซ้ำได้ไหม?
A: ได้ เพียงนำไปอบที่อุณหภูมิ 180°C ประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือตากแดดจัด 4-6 ชั่วโมง เมื่อสีกลับมาเป็นสีน้ำเงิน (สำหรับชนิดเปลี่ยนสี) ก็สามารถใช้ได้อีก
Q: ใช้ถ่านไม้ดูดความชื้นนานแค่ไหนต้องเปลี่ยน?
A: ถ่านไม้สามารถใช้ได้ 2-3 เดือนก่อนที่ประสิทธิภาพจะลดลง แต่สามารถนำไปตากแดดให้แห้งแล้วใช้ซ้ำได้อีก
Q: เครื่องดูดความชื้นกินไฟมากไหม?
A: ขึ้นอยู่กับขนาดและระบบของเครื่อง โดยทั่วไปเครื่องดูดความชื้นขนาดเล็กใช้ไฟประมาณ 50-100 วัตต์ ส่วนขนาดใหญ่อาจใช้ 200-500 วัตต์ ถือว่าประหยัดกว่าการเปิดแอร์ตลอดเวลา
Q: เกลือใช้ดูดความชื้นได้จริงไหม?
A: ได้จริง เกลือมีคุณสมบัติดูดน้ำจากอากาศ แต่เมื่อดูดความชื้นจะละลายเป็นน้ำ ต้องเปลี่ยนบ่อยและระวังไม่ให้ถูกโลหะเพราะอาจทำให้เป็นสนิม
ต้องการแก้ปัญหาความชื้นอย่างมืออาชีพ? DRYER-D พร้อมช่วยคุณ! หากคุณกำลังประสบปัญหาความอับชื้นในบ้าน โกดัง โรงงาน หรือพื้นที่ใด ๆ และต้องการแก้ไขอย่างตรงจุดด้วยอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง DRYER-D คือผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมความชื้นที่พร้อมให้บริการครบวงจร
☎️ Tel: 02-906-7988, 02-033-5165
Line: @Dryer-D
Email: dryer.dservice@gmail.com
Facebook: เครื่องลดความชื้นและเครื่องเพิ่มความชื้น